เกร็ดความรู้เกี่ยวกับดาวอังคารในระบบสุริยะของเรา


การสำรวจดวงดาวต่างๆ นอกโลกเป็นสิ่งที่มนุษย์พยายามอยู่เสมอ ส่วนหนึ่งก็เพื่อสร้างองค์ความรู้ของตัวเองให้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นยังหาอาณาเขตนอกโลก เพื่อพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้ในอนาคต ดาวอังคารเป็นดวงดาวที่อยู่ถัดจากโลก ซึ่งเราได้ทำการสำรวจดาวดังกล่าวมาเป็นเวลานาน เรารู้จักอะไรบนดาวดวงนี้กันบ้าง

ดาวอังคารมีขนาดเท่าไร

จากการสำรวจ ดาวอังคารมีเส้นผ่านศูนย์กลางของดาวยาวประมาณครึ่งหนึ่งของโลก นั่นทำให้ดาวอังคารมีขนาดเล็กกว่าของโลกประมาณครึ่งหนึ่ง ด้านในดาวอังคารก็มีความหนาแน่นน้อยกว่าโลก สีของดาวอังคารมีสีแดงอมส้ม สีมาจากไหนคำตอบก็คือสีมาจากพื้นผิวของดาวอังคารที่มาจากแร่ธาตุที่ชื่อว่า ไอเอิร์นออกไซด์ หรือ สนิมเหล็ก ไม่เพียงแค่นั้นหากเราสังเกตให้ดีดาวอังคารยังมีสีอื่นอย่างสีน้ำตาล สีน้ำตาลอ่อน ก็ได้เหมือนกันขึ้นอยู่กับแร่ธาตุในพื้นที่นั้น

บริวารของดวงจันทร์

โลกมีดวงจันทร์มีเป็นบริวาร ดาวอังคารเองก็มีดวงจันทร์เป็นบริวารด้วยเหมือนกัน ที่นั่นมีดวงจันทร์ 2 ดวง ชื่อว่า โฟบัส และ ดีมอส ดวงจันทร์ทั้งสองดวงจะมีรูปร่างบิดเบี้ยวหน่อยไม่เป็นสมมาตรกัน ขนาดใกล้เคียงกันคือมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 25 กิโลเมตร นักวิทยาศาสตร์ว่าดวงจันทร์ทั้งสองดวงเกิดจากดาวเคราะห์น้อยที่ถูกแรงโน้มถ่วงของดาวอังคารดึงดูดเข้ามาจนกลายเป็นดาวอังคารในที่สุด

ดาวอังคารมีอะไร

ภายในดาวอังคารหลายคนสงสัยว่ามีอะไรอยู่บนนั้น จากการสำรวจพบว่าดาวอังคารมีบรรยากาศเบาบางมาก นอกจากนั้นจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนใหญ่ (ก๊าซตัวนี้เกิดจากการระเหิดของน้ำแข็งแห้ง) ขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้มีสภาพพื้นที่เป็นน้ำแข็งปกคลุมตลอดเวลา นอกจากนั้นตามพื้นที่ยังมีร่องรอยของแม่น้ำที่แห้งไปแล้วด้วย ซึ่งต้องสำรวจต่อไปว่าร่องรอยแม่น้ำเหล่านี้จะมีซากฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตอยู่หรือไม่

สภาพอากาศอันเลวร้าย

ดาวอังคารยังมีสภาพที่ยังไม่เหมาะสมจะอาศัยได้ของมนุษย์ อย่างหนึ่งที่เราเห็นได้เลยว่า มนุษย์ยังไม่พร้อมกับสำหรับการไปดาวอังคารก็คือ สภาพพายุฝุ่นงูปีศาจ พายุที่เกิดจากความร้อนสะสมบนพื้นผิวจนเมื่อความร้อนสะสมมากเข้ามันจะระเบิดออกมาเป็นพายุสูง นอกจากลมแรงยังพัดเอาเศษหินแหลมขึ้นมาด้วย เหมือนกับงูที่มีเกล็ดหิน ซึ่งพายุก็จะเดินทางไปทั่วดาวเพื่อทำลายสิ่งที่ขวางหน้า

แม้ว่าตอนนี้การสำรวจดาวอังคารจะพบว่า เรายังไม่สามารถขึ้นไปอาศัยเป็นอาณานิคมอีกดวงหนึ่งได้ แต่เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า อาจจะทำให้เราเดินทางไปดาวอังคารได้ง่ายมากขึ้น เร็วขึ้น ไม่แน่อีกสัก 50-100 ปีข้างหน้า เราอาจจะพัฒนาดาวดวงนี้จนสามารถอาศัยอยู่ก็เป็นได้